June 26, 2022

สำหรับคอกีฬาอย่างคุณไม่ควรพลาดข่าวสารในแวดวงกีฬา อัพเดทข่าวกีฬารายวัน รวดเร็วทันใจ

อัพเดทข่าวสโมสรฟุตบอล ผลฟุตบอลทั่วโลก พรีเมียร์ลีก ไทยลีก รวมข่าวกีฬาเกี่ยวกับ แฟนบอลแมนยู ข่าวกีฬาล่าสุด แฟนบอล

เชลซีเฉือนหืดอัลฮิลาล

“ลูกากู” ซัดชัย! เชลซี เชือดหืด อัล ฮิลาล 1-0 ลิ่วชิงศึกสโมสรโลก

ศึกฟุตบอล สมาคมสหพันธ์ฟุตบอลระหว่างชาติ คลับ เวิลด์ คัพ รอบรองชนะเลิศ ที่ สนาม โมฮัมเหม็ด บิน ซาเย็ด สเตเดี้ยม เป็นการเจอกันของ อัล ฮิลาล เจอ เชลซี

เชลซีเฉือนหืดอัลฮิลาล1

อัล ฮิลาล มีตัวชูโรงอย่าง อิกฮาโล่ ยืนนำหน้ามารวมถึงมี เปเรย์ร่า อดีตกองกลางของ เวสต์บรอมวิช ออกตัวด้วยอีกคน
ส่วนทางด้าน เชลซี ปรับมาเป็นแผนหลังสามและ ซิลวา คืนตำแหน่งแล้ว ด้านแนวรุกเลือกใช้ ฮาแวร์ตซ์ ลงตัวจริง
ผลปรากฎว่า เริ่มเกมมานาทีเดียว อัล ฮิลาล ได้ลุ้นก่อน เมื่อ มาเตอุส เปเรยร่า จ่ายไปให้ โอเดียน อีกาโล่ ยิงด้วยขวาหน้าจุดโทษไม่ตรงกรอบ
เชลซี เองก็มีโอกาสดีเช่นเดียวกัน มาเตโอ โควาซิช จ่ายไปให้ โรเมลู ลูกากู ยิงด้วยซ้ายในจุดโทษ แต่ติดเซฟ อัลดุลลาห์ อัล ไมอูฟ
สุดท้าย เชลซี ก็มาออกนำ 1-0 ในนาทีที่ 32 เมื่อบอลมาเข้าทาง โรเมลู ลูกากู ยิงระยะเผาขนตุงตาข่าย
ด้านหลังครึ่งแรก เชลซี เกือบจะได้เพิ่ม ฮาคิม ซิเย็ค ลากตัดมายิงด้วยซ้าย แต่บอลไม่ผ่านมือ อัล ไมอูฟ
ช่วงหลัง อัล ฮิลาล เพียรพยายามเดินหน้าบุก อีกาโล่ จ่ายไปให้ โมฮัมเหม็ด คานโน่ ยิงไกลไม่ตรงเป้า
นาทีที่ 63 อัล ฮิลาล น่าตีเสมอได้อย่างยิ่ง เมื่อ มาเตอุส เปเรยร่า จ่ายไปให้ มุสซ่า มาเรก้า ยิงด้วยขวาในจุดโทษ แต่ เกปา อาร์รีซาบาลาก้า ยังปัดออกหลังไปได้

เชลซีเฉือนหืดอัลฮิลาล2

อีก 5 นาทีต่อมา เป็นโอกาสทองของ อัล ฮิลาล อีกครั้ง คานโน่ ยิงด้วยขวาหน้าจุดโทษกำลังจะเสียบเสาอยู่แล้ว แต่ เกปา ก็ยังเซฟออกหลังไปได้

ช่วงเวลาที่เหลือ ไม่มีประตูเกิดขึ้นเพิ่ม จบเกม เชลซี เฉือนชนะ อัล ฮิลาล 1-0 ผ่านเข้าไปชิงแชมป์กับ พัลเมรัส

เชลซีเฉือนหืดอัลฮิลาล3

รายนามผู้เล่นที่ลงสนาม
อัล ฮิลาล : อับดุลลาห์ อัล มายุฟ,โมฮัมเหม็ด อัล-เบรอิก,จาง ฮุน-ซู,อาลี อัลเบเลฮี,ยัสเซอร์ อัล-ชาห์รานี่,กุสตาโบ กวยยาร์,โมฮาเหม็ด คานโน,ซาเลม อัล-ดาว์ซารี่ (อังเดร การ์ริโญ่ น.81),มาเธอุส เปเรย์ร่า (ไมเคิล น.81),มุสซ่า มาเรก้า,โอเดียน อิกาโล่

เชลซี : เกปา อาร์ริซาบาลาก้า,อันโตนิโอ รือดิงเกอร์,ติอาโก ซิลวา,อันเดรส คริสเตียนเซ่น,เซวาร์ อัซปิลิกวยต้า,มาเตโอ โควาซิซ,จอร์จินโญ่ (เอ็นโกโล่ ก็องเต้ น.46,มาร์กอส อลอนโซ่ (มาล็อง ซาร์ น.87),ไค ฮาแวร์ตซ์,ฮาคิม ซิเย็ค (เมสัน เมานท์ น.72),โรเมลู ลูกากู